คำนำ
ระบบฐานข้อมูลเกี่ยวกับการวิจัยความรุนแรงในประเทศไทย ได้จัดตั้งขึ้นภายใต้โครงการวิจัยเรื่อง "การพัฒนาระบบฐานข้อมูลและสังเคราะห์งานวิจัยด้านความรุนแรงในสังคมไทย" โดยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ในปี พ.ศ. 2545 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นฐานข้อมูลการวิจัยและแหล่งศึกษาค้นคว้าความรู้เกี่ยวกับความรุนแรง สำหรับนักวิจัย นักวิชาการ บุคลากรที่ให้การดูแลช่วยเหลือ ผู้ประสบความรุนแรง ทั้งภาครัฐและเอกชน นักวิชาชีพสาขาต่างๆ นิสิต นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
ปัญหาความรุนแรงในสังคมไทย ได้ทวีจำนวนและความรุนแรง มากยิ่งขึ้น ในปัจจุบันนักวิชาการ สาขาต่างๆ และนักปฏิบัติการ ในองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ได้ให้ความสนใจ ในการป้องกัน และแก้ไขปัญหา ความรุนแรง ในรูปแบบต่างๆ มากยิ่งขึ้น การดำเนินการป้องกัน และแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิภาพนั้น จำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องมีการศึกษาวิจัย เพื่อให้เข้าใจ ในรากเหง้า ของปัญหา สาเหตุ ปัจจัยของการเกิดปัญหา ความรุนแรงในบริบท ของสังคมไทย รวมทั้งการค้นหารูปแบบ และแนวทางในการป้องกัน และแก้ไขปัญหานี้ อย่างเป็นระบบ และตามหลักวิทยาศาสตร์สากลเพื่อให้ได้องค์ความรู้ใหม่ๆ ที่เชื่อถือ และอ้างอิงได้ในทางปฏิบัติ ผลการศึกษาวิจัย ยังสามารถใช้เป็น หลักฐานอ้างอิง ในการผลักดัน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แก้ไขปัญหา และกำหนดนโยบาย ด้านสังคมและกฎหมายต่อไป

การวิจัยเกี่ยวกับปัญหา ความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ ในประเทศไทย ยังไม่มีการรวบรวม และจัดเก็บอย่างเป็นระบบ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ อย่างจริงจัง ผลการศึกษาวิจัย อยู่อย่างกระจัดกระจาย ทำให้ยากแก่การ ประเมินสถานการณ์ งานวิจัย เพื่อกำหนดทิศทาง การวิจัย ในปัญหาด้านความรุนแรง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ งานวิจัยส่วนใหญ่ ยังเป็นวิทยานิพนธ์ ในระดับปริญญาโทและเอก ในสถาบันการศึกษา แม้ว่าจะได้มีการรวบรวมงานวิจัยของนักศึกษา เหล่านี้ไว้ ในฐานข้อมูล ของห้องสมุด ของมหาวิทยาลัย แต่จากการสุ่มสำรวจในเบื้องต้น จากงานวิจัยจำนวน 34 เรื่อง โดยนันทพันธ์ (2544) พบว่างานวิจัย ส่วนใหญ่เป็นวิทยานิพนธ์ ระดับปริญญาโท รองลงมาคือ วิจัยของสถาบัน มีส่วนน้อย ที่เป็นวิทยานิพนธ์ ระดับปริญญาเอก งานวิจัยส่วนใหญ่ เป็นวิจัยเชิงบรรยาย ที่เก็บข้อมูลเชิงปริมาณ โดยใช้แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์ เพื่อศึกษาถึงปัจจัย สาเหตุและอัตราชุก ของปัญหา การศึกษามุ่งเน้น ที่ผู้ประสบความรุนแรง มากกว่าผู้กระทำการรุนแรง ไม่มีงานวิจัย ที่มุ่งเน้นการหารูปแบบ การแก้ไขปัญหาและชี้นำด้านนโยบาย ตลอดจน พัฒนาด้านบริการ ให้การช่วยเหลือ ดูแลผู้ประสบความรุนแรง

การดำเนินงานด้านปัญหาความรุนแรง ที่ผ่านมา ยังเป็นลักษณะของการรณรงค์ ปลุกจิตสำนึก ของผู้ให้บริการ และประชาชน ต่อปัญหาด้านความรุนแรง การให้แนวทางการปฏิบัติงาน และการฝึกอบรมบุคลากร เพื่อให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบความรุนแรง แต่ยังขาดการนำ ผลการวิจัย มาใช้ประโยชน์ การดำเนินงานส่วนใหญ่ เป็นลักษณะตั้งรับ และใช้ข้อมูล จากกรณีตัวอย่าง ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น อย่างเฉพาะเจาะจง และจากประสบการณ์ ของผู้ปฏิบัติงาน แม้ว่าจะได้มีการจัดตั้งเครือข่าย นักวิชาการ และผู้สนใจ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นร่วมกัน ในการประชุมวิชาการ เป็นครั้งคราว แต่ก็ต้องยอมรับว่า องค์ความรู้ ที่ได้จากกิจกรรมดังกล่าว ยังขาดความเชื่อมโยง สู่การปฏิบัติ ให้เกิดประโยชน์ ต่อผู้ประสบความรุนแรง อย่างจริงจัง การวิจัย จึงจัดเป็นกระบวนการสำคัญ ที่จะก่อให้เกิด องค์ความรู้ใหม่ๆ และตอบปัญหา ในส่วนที่ยังไม่รู้ หากมีการกำหนดทิศทาง การวิจัย ที่มีประสิทธิภาพ จะเป็นประโยชน์ ต่อการวางแผน แก้ไขปัญหา ความรุนแรง และช่วยให้ผู้บริหาร ได้ข้อมูล เพื่อประกอบการตัดสินใจ และกำหนดนโยบาย อย่างมีทิศทาง ได้อย่างเหมาะสม

การกำหนดทิศทางการวิจัย เพื่อเป็นรากฐาน ของการนำไปใช้ประโยชน์ ต่อการปฏิบัติ เชิงนโยบายนั้น จำเป็นต้องมีฐานข้อมูล ที่มีประสิทธิภาพ ในการจัดเก็บรวบรวม องค์ความรู้ จากการวิจัย อย่างเป็นระบบ การเรียกข้อมูลมาใช้ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และเที่ยงตรง รวมทั้งสามารถ บอกแนวโน้ม ของการกำหนด กรอบแนวคิด ชุดโครงการวิจัย เกี่ยวกับปัญหา ความรุนแรง ในสังคมไทย ได้ครอบคลุมทุกมิติ การวิจัย ในอดีต สามารถใช้เป็นข้อมูล บ่งบอกถึงสถานการณ์ งานวิจัยในปัจจุบันว่า ควรไปในทิศทางใดบ้าง ดังนั้นงานวิจัย ด้านความรุนแรง ที่มีอยู่อย่าง กระจัดกระจาย จะทำให้ยาก แก่การศึกษาค้นคว้า อ้างอิง สำหรับนักวิจัย ที่สนใจศึกษา ด้านความรุนแรง จึงควรมีการศึกษา วิเคราะห์ เพื่อประเมิน องค์ความรู้จากงานวิจัยด้านความรุนแรง ในสังคมไทย และจัดวางระบบข้อมูล ด้านการวิจัย ไว้เพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป

วัตถุประสงค์
การศึกษาวิจัย ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ

  1. สำรวจปริมาณงานวิจัย และวิทยานิพนธ์ ที่เกี่ยวกับปัญหา ความรุนแรงในสังคมไทย
  2. วิเคราะห์แนวโน้ม การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับ ปัญหาความรุนแรง ในมิติของปัญหาขอบเขต และระเบียบวิธีวิจัย
  3. วิเคราะห์ผลงานวิจัย ในด้านประโยชน์ และคุณภาพของงานวิจัย ที่มีอยู่ในปัจจุบัน
  4. สังเคราะห์องค์ความรู้ จากงานวิจัยด้านความรุนแรง โดยมุ่งเน้น (focus) ที่งานวิจัยด้านความรุนแรง ในครอบครัว
  5. จัดวางระบบฐานข้อมูล เกี่ยวกับการวิจัย ด้านความรุนแรง ในระบบอินเตอร์เนท

คำถามการวิจัย

  1. งานวิจัยและวิทยานิพนธ์ ที่เกี่ยวกับปัญหาความรุนแรง ในสังคมไทย ที่มีอยู่ในปัจจุบัน มีปริมาณ และคุณภาพอย่างไร
  2. แนวโน้มของการศึกษาวิจัย ด้านความรุนแรง ในรอบ 20 ปี มีลักษณะอย่างไร มีความแตกต่างกันหรือไม่ ระหว่าง 10 ปีแรก และ 10 ปีหลัง
  3. องค์ความรู้ที่สังเคราะห์ จากงานวิจัย ด้านความรุนแรง ในครอบครัว มีลักษณะอย่างไร

ขอบเขตการวิจัย
การวิจัยครั้งนี้ จะเป็นการศึกษา กับเอกสารงานวิจัย และวิทยานิพนธ์ ที่มีอยู่ในประเทศ โดยศึกษาในช่วง 20 ปี ย้อนหลังจนถึงปัจจุบัน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2524-2544 เท่านั้น

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
ความรู้ที่ได้จากการศึกษาวิจัยครั้งนี้ จะเป็นข้อมูล ประกอบการวางแผน เชิงนโยบาย ในการสนับสนุนงานวิจัย เกี่ยวกับปัญหาความรุนแรง ในสังคมไทย อย่างมีทิศทาง และเป็นแนวทาง ในการบริหารจัดการ เกี่ยวกับระบบฐานข้อมูล ของงานวิจัยด้านความรุนแรง เพื่อจัดรวมเป็นศูนย์กลาง ศึกษาค้นคว้า และอ้างอิง สำหรับนักวิจัย ด้านความรุนแรงต่อไป

วิธีดำเนินการวิจัย
การวิจัยนี้เป็นการวิจัย เชิงวิเคราะห์จากเอกสาร โดยแบ่งเป็น 2 ระยะ ดังนี้

ระยะที่ 1
สำรวจรวบรวม และวิเคราะห์งานวิจัย และวิทยานิพนธ์ เกี่ยวกับปัญหาความรุนแรง ในสังคมไทย จากสถาบันการศึกษา เครือข่าย และองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ทำงานเกี่ยวกับปัญหา ด้านความรุนแรง ตลอดจนการดูแลช่วยเหลือ ผู้ประสบปัญหา ความรุนแรง ในสหสาขาวิชาชีพ ทั่วประเทศ โดยมีขั้นตอนการดำเนินงานดังนี้
  • รวบรวมงานวิจัยที่สำรวจได้ โดยจัดแยกเป็นหมวดหมู่ตาม Violence Classification ของ WHO
  • วิเคราะห์งานวิจัยในแต่ละหมวด โดยใช้หลักการ Integrative literature review โดยศึกษาความสอดคล้องของ วัตถุประสงค์ กรอบแนวคิดของงานวิจัย ระเบียบวิธีวิจัย และผลการวิจัย ตลอดจนวิเคราะห์ คุณภาพของงานวิจัย โดยคำนึงถึงองค์ประกอบ ด้านภูมิหลัง และประสบการณ์ของนักวิจัย และแนวคิดของนักวิจัย ที่มีต่อผลการวิจัย
  • สังเคราะห์องค์ความรู้ จากกรอบแนวคิดงานวิจัย และผลของการวิจัย ด้านความรุนแรง โดยในการวิจัยครั้งนี้ จะมุ่งเน้น (Focus) เฉพาะการวิจัยด้านความรุนแรง ในครอบครัวเท่านั้น โดยจะใช้แนวคิด เกี่ยวกับการวิจัยสุขภาพสตรี (Concepts of women's health research) เป็นกรอบ ในการวิเคราะห์ร่วมด้วย

ระยะที่ 2
จัดวางระบบฐานข้อมูล เกี่ยวกับการวิจัยด้านความรุนแรง ในระบบอินเทอร์เนท โดยมีขั้นตอน การดำเนินงานดังนี้

  • สร้าง Website ชื่อ www.Violence.au.edu โดยใช้พื้นที่ ในการจัดวางข้อมูล ลงบน AU server
  • ประสานงาน และขอความร่วมมือ จาก AU net ของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ในด้านการเขียนโปรแกรม และการสนับสนุน ด้านเทคนิค (Technical support) ต่าง ๆ
  • การ design Web pages มีองค์ประกอบ ของเทคนิคขั้นต่ำดังนี้

    การบริการ (Service)

    • Registration / User agreement (โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย)
    • Assign user ID
    • มี Auto reply system
    • Count number ของ visitor / user ทั้งเก่าและใหม่
    • มี E-mail โต้ตอบกับ user

    ส่วนข้อมูล (Information)

    • ความรู้และข้อมูลทั่วไป เกี่ยวกับปัญหาความรุนแรง ในสังคมไทยในรูปแบบต่าง ๆ
    • องค์กร/ประชาคม/ภาคี ที่ดำเนินงาน ด้านความรุนแรง
    • รวบรวมข้อมูลงานวิจัย ด้าน Violence โดยจัดวางเนื้อหา จำแนกตามหมวดหมู่
    • การส่งข้อมูลงานวิจัย จากนักวิจัย เข้ามารวบรวมในฐานข้อมูล สามารถทำได้ 3 วิธี คือ
      • ส่งเป็น attached file มาทาง E-mail
      • ส่งเป็น FTP file
      • ส่งเนื้อหา บทคัดย่องานวิจัยโดยตรง โดยกรอกลงในแบบฟอร์มทาง อิเลคทรอนิค ที่วางรูปแบบไว้ให้ เมื่อกรอกข้อมูลหมดแล้วให้ส่งข้อมูลเข้ามาที่ server เพื่อจะได้ตรวจสอบ และติดต่อกลับ โดยเจ้าหน้าที่
    • การ search ข้อมูล สามารถหาข้อมูลได้หลายรูปแบบ ดังนี้
      • เลือกตามหมวดหมู่ของเรื่อง
      • ใช้ key word จากชื่อของงานวิจัย
      • ชื่อนักวิจัย
      • หาข้อมูลโดยใช้ตัวอักษรแรกของชื่อเรื่อง ฯลฯ

การบริหารจัดการ

  • จัดจ้างเจ้าหน้าที่ 1 คน เพื่อทำหน้าที่ในการจัดการข้อมูล (Information management) และดูแลซ่อมบำรุง (Maintenance) ระบบสารสนเทศของ Violence อย่างต่อเนื่อง
  • Link กับ Website ของคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และสถาบันวิจัย ระบบสาธารณสุข ตลอดจนองค์กรอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
  • ประชาสัมพันธ์ให้บุคลากร ในวิชาชีพสาขาต่าง ๆ ที่สนใจได้รู้จัก Website เพื่อเชิญชวน ให้ส่งข้อมูล ตลอดจนใช้ประโยชน์ จากฐานข้อมูลนี้ ในการศึกษาวิจัยต่อไป
  • Update ข้อมูลและรูปแบบของ Website ตามระยะเวลาที่เหมาะสม
  • Upgrade ระบบฐานข้อมูลใน Website ตามพลวัต ของเทคโนโลยีสารสนเทศ

การเก็บรวบรวมข้อมูล
โดยการส่งแบบสำรวจ ไปยังกลุ่มเป้าหมาย ทุกแห่ง และการสืบค้นจาก ระบบฐานข้อมูล ของห้องสมุด และฐานข้อมูล ขององค์กรต่างๆ ที่มีอยู่ใน Websites ต่างๆ

การวิเคราะห์ข้อมูล

  • ใช้สถิติพื้นฐาน สำหรับข้อมูลเชิงปริมาณ
  • ใช้หลักการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ
ระยะเวลาดำเนินงาน
1 ปี (กันยายน 2544 - สิงหาคม 2545)

แผนการดำเนินงาน

วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง และกรอบแนวคิดการศึกษาวิจัย ประกอบด้วย

  • ใช้หลักการของ WHO ในเรื่อง Violence Classification (Regional Consultation on World Report on Violence and Health, 2000) เป็นกรอบในการพัฒนา เครื่องมือในการ เก็บรวบรวมข้อมูล (ได้แก่ Youth Violence, Child Maltreatment, Intimate Partner Violence, Elderly Abuse, Sexual Violence, Organized Violence, Self-directed Violence, และอื่นๆ)
  • ใช้หลักการของ Integrated Literature Review ในการศึกษาวิเคราะห์งานวิจัย
  • การจัดระบบฐานข้อมูล และการเผยแพร่ โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ที่ เกี่ยวข้อง ฯลฯ

home

For more information about the ABAC School of Nursing Science, Assumption University of Thailand.
Please contact nurse@au.edu